วันครู ปี 2564

ถอดบทเรียนการก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างรีบเร่งจากวิกฤต COVID-19

โดย ฝ่ายมัธยมโรงเรียนเพลินพัฒนา

โลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลโดยมีวิกฤต COVID-19 เป็นตัวเร่ง ฝ่ายมัธยมโรงเรียนเพลินพัฒนาได้ถือโอกาสช่วงปลายปีถอดบทเรียนว่าอะไรที่ทำให้เราปรับตัวไปกับวิกฤตนี้ได้ ซึ่งพบว่าเมื่อย้อนกลับไปประมาณ 8 ปีที่ผ่านมาเราได้ผ่านการสะสมประสบการณ์ทั้งความล้มเหลวและความสำเร็จ จนได้มาเป็นปัจจัยสำคัญ 3 ด้านที่ช่วยพาเรารับมือกับ COVID-19 ในยุคดิจิทัล คือ

ด้านการสร้างทีมครูที่มีความคล่องตัว (Agile Team)

จากการเร่งรีบขับเคลื่อนด้วยเชื่อแบบเดิมๆว่าการสั่งการจากบนลงล่าง (Top Down) จะทำให้เราเดินทางได้เร็วขึ้น เป็นจากล่างชึ้นบน (Bottom Up) โดยทำงานแบบ ร่วมคิดร่วม ทำ ไปด้วยกัน

สิ่งที่เราได้เรียนรู้ คือ “การรับฟังกัน” (Listening Relationship) เป็น หัวใจของทีมที่ “ไว้วางใจกัน”(Trust)

ด้านกระบวนการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้

แม้จะมีแผนการจัดการเรียนรู้ที่ดีอย่างไร ก็ยังต้องปรับให้รับกับสภาพห้องเรียนที่ไม่เคยเหมือนหรือซ้ำกันเลยในการสอนแต่ละครั้ง การพัฒนาครูด้วยการอบรมเพียงอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ ทีมครูจึงฝึกฝนและเรียนรู้จากสถานการณ์จริงไปด้วยกัน โดยการมีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยสอนงาน (Coach) ทำให้ครูพัฒนาได้ถูกทางและเร็วขึ้น ด้วยกระบวนการศึกษาบทเรียนร่วมกัน (Lesson Study: LS) เพื่อทำให้ครูเข้าใจการเรียนรู้ ของนักเรียนและมีทักษะการแก้ไขปัญหา

ซึ่งในช่วงเวลาของการปิดโรงเรียน (Lock down) การรู้จักและเข้าใจธรรมชาติการเรียนรู้ของนักเรียน เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ครูเลือกใช้เครื่องมือดิจิทัลและจัดกระบวนการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลังแบบออนไลน์ได้ในเวลารวดเร็ว

สิ่งที่เราได้เรียนรู้ คือ แนวทางการพัฒนาครูแบบ 70 : 20 : 10 ซึ่งหมายถึงสัดส่วนการเรียนรู้บนสถานการณ์จริง (on the job training: OJT) การสอนงาน แบบมีพี่เลี้ยง (Mentoring-Coaching) และ การอบรม (Training) ตามลำดับ

ด้านการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

การศึกษาในปัจจุบันมุ่งพัฒนาอย่างเป็นองค์รวมเพราะการมุ่งพัฒนาด้านวิชาการไม่เพียงพอสำหรับการพานักเรียนสู่เป้าหมายในอนาคต การมองเห็นและแก้ปัญหาเฉพาะด้านวิชาการจึงไม่รองรับเป้าหมายการศึกษาที่จะ “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เพราะนักเรียนแต่ละคนมีความต้องการที่แตกต่างกัน

และทุกห้องเรียนคือภาพสะท้อนของนักเรียน ที่ครูต้อง สังเกตให้เข้าถึงความรู้สึกและความต้องการ ของนักเรียน เพื่อเห็นจุดแข็งและจุดที่ต้องพัฒนาของนักเรียนแต่ละคนอย่างรอบด้านและถูกเวลา

แต่ในบางกรณีก็เกินมือครู เพราะต้องอาศัยองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านจิตวิทยาเชิงลึก เราจึงใช้กรณีศึกษา (Case Study) โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ปรึกษา ในการช่วยเหลือนักเรียนและพัฒนาทักษะของครูในการสังเกตและช่วยเหลือนักเรียนไปพร้อมๆกัน

สิ่งที่เราได้เรียนรู้ คือ การช่วยเหลือนักเรียนให้หลุดจากปัญหา จำเป็นต้องร่วมกันวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา (Root Cause Analysis: RCA) เพื่อการวางแผนการช่วยเหลือนักเรียน (Intervention)

ในการถอดบทเรียนครั้งนี้ ทำให้เราตระหนักได้ว่าการเรียนรู้เหล่านี้เกิดขึ้น เพราะเรามีวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมให้ทุกคนกล้าคิดกล้าทำ และยอมรับการเรียนรู้จากความผิดพลาด และฐานของการให้คุณค่าในความเป็นมนุษย์

และเพราะเราไม่ได้ก้าวเดินไปตามลำพัง แต่เรามีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่เมตตามาเป็นโค้ชและเป็นที่ปรึกษา และมีผู้ปกครองที่พร้อมจะร่วมมือกับคุณครูและสนับสนุนโรงเรียน

ขอขอบพระคุณ

ศ.คลินิก พญ.วินัดดา ปิยะศิลป์

รศ.ดร.พิมพันธ์ เดชะคุปต์

รศ.พเยาว์ ยินดีสุข

รศ.ดร.ลัดดา ภู่เกียรติ

รศ.ดร.สิริพันธ์ สุวรรณมรรคา

สภาองค์กรครอบครัว โรงเรียนเพลินพัฒนา

และคณะครูมัธยมที่มีความมุ่งมั่นพร้อมเรียนรู้ไปด้วยกัน

กลับไปยังนิทรรศการก่อนหน้า กลับไปหน้าหลักของนิทรรศการ ไปยังนิทรรศการถััดไป

คะแนนของนิทรรศการ

คะแนนถูกใจทั้งหมด 370078 คะแนน

จากผู้เข้าร่วมให้คะแนน 77546 ท่าน

ความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทรรศการนี้

สมพิศ โมฬี

ได้ความรู้มากค่ะ

2021-10-30 20:36:42

นางสาวเสาวนีย์ เจริญผล

ดีค่ะ

2021-10-22 21:26:46

นางสาวเสาวนีย์ เจริญผล

ดีมากได้รับความรู้

2021-10-22 21:13:05

นางธิดารัตน์ คำอาษา

ดีมากค่ะ

2021-10-18 19:01:36

นางสาวไอลดา ศรีสอาด

เยี่ยม

2021-10-01 16:37:54

วรรณนิภา สารสุวรรณ

ดีมากค่ะ

2021-09-08 22:20:08

นายนิทัศน์ พลสนอง

ดีมากครับ

2021-09-03 15:13:32

นายสิปปกร จันทิมา

ชอบมากครับ มีประโยชน์าก

2021-09-02 17:58:51

ยุทธ ศรีบุญมี

เชื่อๆ ว่าทุกองค์กรหากสามารถทำได้แบบนี้จะทำให้ประเทศพัฒนา

2021-08-31 12:24:24

ปัทมา เพ็งจรูญ

ดีมากค่ะ สามารถนำไปปรับใช้ได้ แต่หาผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยายาก และที่สำคัญปัจจัยแต่ละพื้นที่ต่างกัน หากนำไปใช้ต้องมีการปรับเปลี่ยนตามบริบทของแต่ละที่

2021-08-21 10:14:14