วันครู ปี 2565

นางปณิตา ทางทอง

รางวัลผลงานวิจัยของคุรุสภา ประจำปี 2564 “ระดับประเทศ”

นางสาวอมรรัตน์ โชคตระกูลเกียรติ

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ : นางปณิตา ทางทอง

ตำแหน่ง : ครู

อายุ : 47 ปี

ประสบการณ์ทำงาน : 24 ปี

สถานที่ปฏิบัติงาน/ ชื่อสถานศึกษา : โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร

สังกัด : สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ

ผลงานวิจัย : การพัฒนารูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาการวิจัย

        การจัดการเรียนการสอนสาระศาสนา ศีลธรรมและจริยธรรม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ต่ำกว่าสาระอื่น ๆ ใน 5 สาระ โดยเฉพาะ เรื่อง หลักธรรม เป็นเนื้อหาที่ผู้วิจัยประสบปัญหา ในการจัดการเรียนการสอนให้บรรลุเป้าหมาย เนื่องจากมีเนื้อหาที่เป็นนามธรรม ยากต่อความเข้าใจ ทำให้นักเรียนไม่สนใจเรียน ไม่มีความพร้อมในการเรียน ขาดสมาธิ และไม่ตั้งใจเรียน ส่งผล ต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ และไม่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับ กิตติชัย สุธาสิโนบล (2561 : 1) ที่ระบุว่า เด็ก ๆ มีทัศนคติที่ไม่ดีต่อการเรียนรู้ วิชาพระพุทธศาสนา และกมลาศ ภูวชนาธิพงศ์ (2558 : 1) กล่าวว่า โรงเรียนส่วนใหญ่ยังประสบ ความล้มเหลวในการจัดการเรียนการสอนวิชาพระพุทธศาสนา เพราะวิธีสอนส่วนใหญ่มุ่งสอนเนื้อหาสาระตามแบบเรียนมากกว่าการสอนให้รู้ถึงแก่นของพระพุทธศาสนา นักเรียนไม่สามารถจดจำเนื้อหาสาระ ได้ทั้งหมด ขาดการคิดวิเคราะห์ และไม่สามารถนำหลักธรรมไปสู่การปฏิบัติได้  

        เรียนการสอนโดยเน้นกระบวนการคิด (Thingking – Based Instruction) (ทิศนา แขมมณี 2555 : 142 – 143) และได้นำแนวคิดจิตตปัญญาศึกษา นำมาบูรณาการในขั้นตอนของรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น 4 ขั้นตอน ดังนี้  

ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมความพร้อม (S : Smart start)

ขั้นที่ 2 ขั้นทำกิจกรรมการเรียนรู้ (A : Active learning)

ขั้นที่ 3 ขั้นสร้างสรรค์ผลงาน (T : Target together)

ขั้นที่ 4 ขั้นสรุปองค์ความรู้ (I : Impressive concept)โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้ ในชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามลำดับขั้นตอน พัฒนานักเรียนให้เข้าใจด้านในตัวเอง รู้ตัว เข้าถึงความจริง (ประเวศ วะสี 2552) รู้จักตนเอง ฝึกฝนการมีสติ ตระหนักรู้ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน (Transformative Learning ) ในตนเอง (จุมพล พูลภัทรชีวิน 2552) เรียนรู้เข้าใจตนเองและผู้อื่นมากขึ้น และจะนำไปสู่การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่อไป

วัตถุประสงค์การวิจัย

1. เพื่อพัฒนารูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของ รูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

3. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ของนักเรียนที่เรียนด้วย รูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่ของนักเรียนมีต่อการจัดการเรียนรู้รูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษาควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

วิธีดำเนินการวิจัย

แบบแผนการวิจัย

        แบบแผนการวิจัย (มาเรียม นิลพันธุ์ 2555 : 144) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  

Responsive image

        เมื่อ O1 แทน การทดสอบก่อนเรียน (Pretest) × แทน การเรียนโดยใช้รูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการ จิตตปัญญาศึกษา หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 O2 แทน ค่าที่สังเกตหลังการปฏิบัติการ (Posttest)  

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากร

        การศึกษาครั้งนี้ ทำการศึกษากับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 จำนวน 189 คน และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 จำนวน 172 คน  

กลุ่มตัวอย่าง

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/7 จำนวน 42 คน

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 47 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบง่าย (Simple random Sampling)

เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

        เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่  

1. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ เป็นแบบปรนัย เลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ

2. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หนวยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี จำนวน 8 เล่ม

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

        ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบความแตกต่างค่าเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยใช้สูตร t – test แบบ dependent  

การเก็บรวบรวมข้อมูล

        ผู้วิจัยจะดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562 และภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ใช้เวลาในการวิจัย 16 ชั่วโมง ไม่รวมเวลาที่ใช้ในการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ก่อนและหลังเรียน โดยผู้วิจัยได้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ดังต่อไปนี้  

ระยะที่ 1 การสร้างและพัฒนาพัฒนารูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญา (ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2562) มี 2 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1 วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน (Analysis : A) การวิจัย (Research : R1)

ขั้นที่ 2 การออกแบบและพัฒนา (Design and Development : D & D) การพัฒนา (Development : D1)

ระยะที่ 2 การศึกษาผลการจัดการเรียนรู้พัฒนารูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญา (ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563) มี 2 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 3 การนำไปใช้ (Implementation : I) จัดการเรียนรู้โดยใช้ รูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น การวิจัย (Research : R2)

ขั้นที่ 4 การประเมินผล (Evaluation : E) ประเมินประสิทธิภาพรูปแบบการสอนที่พัฒนาขึ้น การพัฒนา (Development : D2)

การวิเคราะห์ข้อมูล

        การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้  

ระยะที่ 1

1. วิเคราะห์ความเหมาะสมของรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ

2. วิเคราะห์ประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

3. วิเคราะห์คุณภาพของเครื่องมือที่ใช้รวบรวมข้อมูล ระยะที่ 2

ระยะที่ 2

1. ทดสอบความแตกต่างของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการเรียน

2. หาค่าเฉลี่ยและแปลผลแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

สรุปผลการวิจัย

1. ความเหมาะสมของรูปแบบการสอน SATI Model ประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญ 5 คน อยู่ในระดับ มาก ( = 4.45)

2. ประสิทธิภาพของรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 E1/ E2 = 85.91/82.28

3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ .05

4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนรู้ด้วยรูปแบบการสอน SATI Model บูรณาการจิตตปัญญาศึกษา ควบคู่การใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ หน่วยการเรียนรู้ หลักธรรมนำชีวี สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 3 อยู่ในระดับ มาก ( = 4.46)

คำคมที่ส่งต่อแรงบันดาลใจ

“ครู คือ ผู้ให้แสงแห่งปัญญาแก่ผู้เรียน”

Responsive image
Responsive image
Responsive image
กลับไปยังนิทรรศการก่อนหน้า กลับไปหน้าหลักของนิทรรศการ ไปยังนิทรรศการถััดไป

คะแนนของนิทรรศการ

คะแนนถูกใจทั้งหมด 73539 คะแนน

จากผู้เข้าร่วมให้คะแนน 15183 ท่าน

ความคิดเห็นเกี่ยวกับนิทรรศการนี้

นายธรณินทร์ มีพลงาม

ยอดเยี่ยมมากครับ

2022-06-22 08:32:24

นางสาวอัจฉรา จันทา

ดีมากค่ะ

2022-06-11 14:47:18

พระธีรศักดิ์ ธีรธมฺโม/พุ่มพวง

ดี

2022-06-02 10:42:22

นายชัชรินทร์ สุขปาน

ดีมากครับ

2022-06-02 09:24:40

อารยา ภาวงศ์

ดีมากค่ะ

2022-06-01 16:56:51

นางสาวกัญญารัตน์ มลิพันธ์

ยอดเยี่ยมมากค่ะ

2022-06-01 09:03:56

นางสาวพันธ์สุรีย์ จิตรหลัง

ดีเยี่ยม

2022-06-01 08:51:44

นางสาวกนกพรรณ ธรรมวัตร

ผลงานวิจัยน่าสนใจค่ะ

2022-05-31 23:32:15

นางสาวนางสาวนันทนา วงษ์มา

ยอดเยี่ยมมากค่ะ

2022-05-31 23:17:04

นางสาวเกศินี คงจันทร์

ยอดเยี่ยมมากค่ะ

2022-05-31 23:02:41